วัดป่าดาราภิรมย์
ต.ริมใต้ อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ 50200

พิกัด

ในปีพ.ศ. 2473 ได้จาริกมาทางอำเภอแม่ริม ได้พักอยู่ที่ป่าช้าร้างบ้านต้นกอก จากสถานที่ป่าช้าร้างที่หลวงปู่มั่น ผู้บำเพ็ญเผาผลาญกิเลสจนบรรถุถึงอริยมรรคอริยผล ได้มาเจริญสมณธรรม อธิษฐานจิตภาวนา ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับการก่อสร้างขึ้นเป็นเสนาสนะป่าขึ้น ด้วยกุฏิศาลา แบบชั่วคราว ซึ่งมี ท่านพ่อลี ธม.มธโร มากราบนมัสการท่านที่นี่ด้วย ต่อมาหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ได้มาพักจำพรรษาอยู่วัดป่าดาราภิรมย์ถึง 9 ปี

ในปีพ.ศ 2471 หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระกรรมฐานนักปฏิบัติธรรมผู้ยึดมั่นในการถือธุดงควัตร ได้รับอาราธนาจากพระเดชพระคุณพระอุบาลีคุณูปจาจารย์ ( จันทร์ สิริจันโท ) ให้มาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่

โดยเริ่มแรกที่วัดเจดีย์หลวง ซึ่งในขณะนั้นยังไม่พลุกพล่านด้วยผู้คน บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ พอออกพรรษาท่านก็ออกจาริกธุดงค์ ไปแสวงหาความสงบสงัด ในปีพุทธศักราช 2473 ได้จาริกมาทางอำเภอแม่ริม ได้พักอยู่ที่ป่าช้าร้างบ้านต้นกอก ซึ่งในขณะนั้นเต็มไปด้วยป่าไม้สักและไม้เบญพรรณ อยู่ติดกับบริเวณสวนเจ้าสบาย ตำหนักดาราภิรมย์ ของพระราชายาเจ้าดารารัศมี ในรัชกาลที่ 5 ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 24

ในขณะนั้นบริเวณวัดเป็นป่าไม้เบญพรรณ (ป่าแพะ ) อยู่เขตชายป่าเทือกเขาดอยสุเทพ และดอยม่อนคว่ำหล้อง (ในตำนานของขุนหลวงวิรังคะ) ยังไม่พลุกพล่านด้วยบ้านผู้คน เป็นสถานที่เงียบสงบสงัด วิเวก ร่ำลือกันว่าเป็นสถานที่ผีดุ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อยู่พักชั่วระยะหนึ่ง แสวงจาริกไปที่พระธาตุจอมแตง เพื่อจำพรรษา 1 พรรษา ไปห้วยน้ำริน ป่าช้าบ้านเด่น บ้านปง ( วัดอรัญญวิเวก ) เชียงดาว และพร้าว ต่อไป

จากสถานที่ป่าช้าร้างที่หลวงปู่มั่น ผู้บำเพ็ญเผาผลาญกิเลสจนบรรถุถึงอริยมรรคอริยผล ได้มาเจริญสมณธรรม อธิษฐานจิตภาวนา ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับการก่อสร้างขึ้นเป็นเสนาสนะป่าขึ้น ด้วยกุฏิศาลา แบบชั่วคราว ซึ่งมี ท่านพ่อลี ธม.มธโร มากราบนมัสการท่านที่นี้ด้วย ต่อมาหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโมได้มาพักจำพรรษาอยู่วัดป่าดาราภิรมย์ถึง 9 ปี และมีพระธุดงค์กรรมฐานผู้เป็นศิษย์หลวงปู่มั่นมาอยู่จาริกอาศัยบำเพ็ญสมณธรรมตามวิถีแห่งธุดงคกรรมฐาน เป็นการชั่วคาวบ้าง ถาวรบ้าง จึงกล่าวได้ว่าจุดเริ่มต้นของสถานที่แห่งนี้เกิดเมื่อปีพุทธศักราช 2473 โดยหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีพระธุดงคกรรมฐานมาอยู่ปฏิบัติที่ป่าช้าแห่งนี้เป็นครั้งคราว

ในปี พ.ศ.2481 โดยคณะพุทธบริษัทกลุ่มหนึ่งมีความเลื่อมใสศรัทธาในปฏิปทาของพระธุดงค์กรรมฐานสายอาจารย์มั่น ภูริทตตมหาเถร ที่จาริกมาประพฤติปฏิบัติ จึงพร้อมใจกันสร้างเสนาสนะ มีกุฏิ และศาลา ถวายแก่พระกรรมฐานเหล่านั้น โดยได้ตั้งชื่อวัดว่า “วัดป่าวิเวกจิตตาราม” บางหมู่ก็เรียกว่า “วัดป่าเรไร” บางหมู่ก็เรียกว่า “วัดป่าแม่ริม” โดยมีพระอ่อนตา อคคธมโม เป็นประธานสงฆ์อยู่ โดยมีนายแก้ว รัตนนิคม, นายศรีนวล ปัณฑานนท์ เป็นหัวหน้า สถานที่ตั้งแห่งนี้เป็นป่าช้าติดกับตำหนักดาราภิรมย์ สวนเจ้าสบาย ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2482

ปี พ.ศ.2484 ทายาทของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี มีเจ้าหญิงลดาคำ ณ เชียงใหม่ เป็นหัวหน้าได้น้อมถวายที่ดินอันเป็นเขตพระราชฐานที่ตั้งของตำหนักดารารัศมี สวนเจ้าสบาย ของพระราชชายาฯให้แก่วัด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแก่พระราชชายาเจ้าดารารัศมี จำนวน 6 ไร่ ทางราชการมีนายสว่าง พรหมปฏิมา นายอำเภอแม่ริม พร้อมทั้งทายาทของพระราชชายา และศรัทธาสาธุชน จึงพร้อมใจกันถวายนามให้แก่วัดใหม่ว่า “วัดป่าดาราภิรมย์” ทั้งนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระกรรมฐาน และถวายพระราชกุศลแก่พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้มีคุณูปการต่อเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่

วัดป่าดาราภิรมย์ ตั้งอยู่ที่ 514 ต.ริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับพระบรมราชานุญาตยกฐานะให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ นับได้ว่าเป็นพระอารามหลวงแห่งที่ 7 ในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ด้านหลังที่ว่าการอำเภอแม่ริมและค่ายดารารัศมี นามของวัดนี้ถูกตั้งขึ้นตามพระนามของเจ้าดารารัศมี พระราชชายา


วัดเจดีย์หลวง วัดถ้ำเชียงดาว


แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง

ใบออร์คิด บัตเตอร์ฟลาย

สวนกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ จำหน่ายสินค้าที่ระลึกประเภทเครื่องประดับ เช่น เข็มกลัด ต่างหู สร้อย ซึ่งทำจากกล้วยไม้ ใบไม้ และแมลงต่างๆ

สุภาฟาร์มผึ้ง

ศูนย์แห่งการเรียนรู้วงจรชีวิตของผึ้ง

เอเลฟเฟ่น พูพูเปเปอร์ พาร์ค

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสนุกกับก้อนขี้ช้าง เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทดลองลงมือทำกระดาษจากมูลช้าง

พระตำหนักดาราภิรมย์

พระตำหนักดาราภิรมย์ เป็นพระตำหนักของเจ้าดารารัศมี พระราชชายา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระราชชายาเจ้าดารารัศมีโปรดให้ก่อสร้างขึ้นประมาณช่วงปี พ.ศ. 2470-2472 หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ทรงย้ายกลับมาประทับที่เชียงใหม่เป็นการถาวร หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต

© บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)